จาก “อุณาโลมแดง” สู่ “สภากาชาดไทย” 130 ปีแห่งการให้ ที่เริ่มจากวิกฤตชาติ สู่พลังมนุษยธรรมของคนไทย
ย้อนกลับไปในวันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2436 ท่ามกลางวิกฤตความขัดแย้งครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ไทยอย่าง กรณีพิพาท ร.ศ. 112 เมื่อสยามต้องเผชิญหน้ากับฝรั่งเศสจากปัญหาดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง เสียงปืนในสนามรบได้ทิ้งบาดแผลไว้ไม่เพียงกับแผ่นดิน แต่ยังรวมถึงชีวิตของทหารจำนวนมากที่บาดเจ็บและล้มตาย ในช่วงเวลานั้น กลับยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาดูแลรักษาอย่างเป็นระบบ
ท่ามกลางความสูญเสีย “พลังของผู้หญิงไทย” ได้ลุกขึ้นมาเปลี่ยนประวัติศาสตร์ เมื่อ ท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงษ์ ได้รวบรวมสตรีอาสาสมัคร พร้อมนำความกราบบังคมทูลผ่าน สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา เพื่อขอพระราชทานจัดตั้งองค์กรช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ
คำกราบบังคมทูลนั้นนำไปสู่พระมหากรุณาธิคุณจาก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงเห็นชอบว่าเป็นแนวคิดอันก้าวหน้า ทัดเทียมอารยประเทศ จึงโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้ง “สภาอุณาโลมแดงแห่งชาติสยาม” ขึ้นในวันเดียวกันนี้ นับเป็นจุดเริ่มต้นขององค์กรด้านมนุษยธรรมแห่งแรกของไทย
จากจุดเล็กๆ ในยามสงคราม สู่การเติบโตอย่างมั่นคง ในปี พ.ศ. 2457 ได้มีการก่อสร้าง โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เพื่อเป็นสถานพยาบาลหลัก และเป็นอนุสรณ์แห่งพระราชกตัญญู ก่อนที่ในปี พ.ศ. 2463 จะเปลี่ยนชื่อเป็น “สภากาชาดไทย” อย่างเป็นทางการ และได้รับการรับรองจาก คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ รวมถึงเข้าเป็นสมาชิกของ สหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ ในเวลาต่อมา
จากอดีตที่เริ่มต้นด้วย “ความจำเป็น” วันนี้ สภากาชาดไทย ได้กลายเป็น “ความหวัง” ของผู้คนในทุกวิกฤต ไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติ โรคระบาด หรือสถานการณ์ฉุกเฉินใดๆ องค์กรนี้ยังคงยืนหยัดด้วยหัวใจแห่งการให้ โดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนา หรือพรมแดน
130 กว่าปีที่ผ่านมา คือบทพิสูจน์ว่า “เมล็ดพันธุ์แห่งความเมตตา” ที่ถูกหว่านในวันนั้น ได้เติบโตเป็นร่มเงาใหญ่ที่คอยปกป้องชีวิตผู้คนมาจนถึงวันนี้