พักใจริมเจ้าพระยา…5 วันแห่งเสน่ห์กรุงเก่าอยุธยา จากโฮมสเตย์สายน้ำสู่ตำนานวัดเก่าแก่
New Delight เรียบเรียงจากเรื่องเล่าของพี่หนุ่มสุทน บางครั้งการท่องเที่ยวที่มีความสุขที่สุด อาจไม่ใช่การเดินทางที่ไกลที่สุด แต่เป็นการได้ค่อยๆ ซึมซับเรื่องราวของผู้คน ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตที่ยังคงงดงามอยู่ริมสายน้ำเจ้าพระยา
ช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2569 พี่หนุ่ม สุทน ได้ส่งเรื่องราวการเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดพระนครศรีอยุธยามายัง New Delight เป็นการทักทายกันในยามเช้าตามปกติเนื้อหาที่พี่หนุ่มสุทนส่งมาเป็นการถ่ายทอดความประทับใจตลอด 5 วัน ผ่านสถานที่ท่องเที่ยว วัดวาอาราม และร้านอาหารพื้นถิ่นที่สะท้อนเสน่ห์ของเมืองมรดกโลกแห่งนี้ได้อย่างน่าสนใจมาก ทางผู้เขียนของ New Delight จึงขอมาถ่ายทอดความประทับใจนี้ให้กับทางสมาชิก แฟนเพจทุกท่าน ได้เห็นถึงความประทับใจนี้ไปด้วยกันนะคะ
การเดินทางเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 ณ บ้านโฮมสเตย์บนเกาะเกิด อำเภอบางปะอิน ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบของแม่น้ำเจ้าพระยา สายน้ำที่ไหลผ่านอย่างไม่เร่งรีบ กลายเป็นภาพแห่งความสุขเรียบง่ายที่ทำให้ผู้มาเยือนได้พักกายและพักใจไปพร้อมกัน
วันถัดมา เส้นทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาในตำบลสำเภาล่ม กลายเป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่สร้างความประทับใจ โดยเฉพาะการได้แวะเยี่ยมชมโบสถ์คาทอลิกเก่าแก่ของวัดนักบุญยอแซฟ ซึ่งเป็นศาสนสถานสำคัญที่มีประวัติยาวนานกว่า 350 ปี สร้างขึ้นโดยบาทหลวงชาวฝรั่งเศสในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช หลังได้รับพระราชทานที่ดินให้ตั้งชุมชนและประกอบศาสนกิจ ถือเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างสยามกับชาติตะวันตกในอดีตได้อย่างน่าสนใจ
เมื่อเดินทางเข้าสู่เกาะกรุงเก่าในวันที่ 3 มิถุนายน ความสุขแบบเรียบง่ายก็ถูกเติมเต็มด้วยรสชาติอาหารท้องถิ่น พี่หนุ่ม สุธน แนะนำให้แวะชิมก๋วยเตี๋ยวเรือสูตรดั้งเดิมของชาวอยุธยาที่ร้านเจ๊ดิ่ง บริเวณปากซอย 12 ถนนอู่ทอง ร้านเล็กๆ ที่ยังคงรักษารสชาติแบบดั้งเดิมเอาไว้ และเป็นอีกหนึ่งสีสันของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมผ่านอาหารพื้นบ้าน
จากอดีตที่รุ่งเรืองของกรุงศรีอยุธยา สู่ศรัทธาที่สืบทอดมาถึงปัจจุบัน วันที่ 4 มิถุนายน พี่หนุ่มได้เดินทางไปยังวัดครุฑธาราม นอกเกาะเมืองอยุธยา เพื่อกราบสักการะองค์พญาครุฑอันสง่างาม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางมาขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและหน้าที่การงาน
ก่อนปิดท้ายการเดินทางในวันที่ 5 มิถุนายน ด้วยการข้ามฟากไปยังวัดนางกุย ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงข้ามเกาะกรุงศรีอยุธยา เพื่อกราบสักการะ “หลวงพ่อยิ้ม” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านเล่าขานกันว่าแกะสลักจากไม้ตะเคียนหรือไม้สักทอง และลอยน้ำมาติดบริเวณหน้าวัดในอดีต จนกลายเป็นที่เคารพศรัทธาของผู้คนในพื้นที่มาจนถึงปัจจุบัน
ตลอดระยะเวลา 5 วันของการเดินทางครั้งนี้ ไม่เพียงแต่สะท้อนความงดงามของสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเท่านั้น แต่ยังเผยให้เห็นเรื่องราวของประวัติศาสตร์ ความศรัทธา วิถีชีวิต และวัฒนธรรมที่ยังคงมีชีวิตอยู่เคียงคู่สายน้ำเจ้าพระยาจากอดีตสู่ปัจจุบัน
อยุธยาอาจเป็นเมืองเก่าในหน้าประวัติศาสตร์ แต่สำหรับนักเดินทางแล้ว เมืองแห่งนี้ยังคงมีเรื่องราวใหม่ๆ รอให้ค้นพบอยู่เสมอ
หากเรื่องราวที่พี่หนุ่มสุทน นำมาเล่าให้ฟังอีกทางผู้เขียนนิวดีไลท์จะนำมาให้ทุกท่านได้สัมผัสบรรยากาศพร้อมความภาคภูมิใจรวมถึงความอบอุ่นในการท่องเที่ยวของประเทศไทยต่อไปนะคะ