Meta Platforms บริษัทแม่ของ Facebook และ Instagram ตกลงจ่ายเงินสูงสุด 18,000 ล้านดอลลาร์ภายในระยะเวลา 10 ปี เพื่อยุติคดีกับเกือบทุกรัฐของสหรัฐฯ จากข้อกล่าวหาว่า บริษัทออกแบบแพลตฟอร์มให้เด็กและเยาวชนใช้งานอย่างเสพติด รวมถึงทำให้สาธารณชนเข้าใจผิดเกี่ยวกับความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์

ข้อตกลงดังกล่าวยุติการพิจารณาคดีในศาลรัฐบาลกลาง ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม และกำหนดให้ Meta ปรับวิธีให้บริการผู้ใช้งานวัยรุ่นทั่วสหรัฐฯ อย่างเข้มงวดขึ้น

มาตรการสำคัญคือ จำกัดการใช้ Facebook และ Instagram ของวัยรุ่นไม่เกินวันละ 2 ชั่วโมง พร้อมระงับการเข้าใช้งานตั้งแต่เที่ยงคืนถึง 6 นาฬิกา หากไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง

Meta จะปิดการแจ้งเตือนส่วนใหญ่ในช่วงเวลาเรียน ตั้งแต่ 8 นาฬิกาถึง 15 นาฬิกา เพิ่มมาตรการตรวจสอบอายุ และป้องกันไม่ให้เด็กเข้าถึงเนื้อหาที่จำกัดตามช่วงวัย โดยบริษัทมีเวลาประมาณหนึ่งปีในการเริ่มนำมาตรการต่าง ๆ ไปใช้

วงเงินที่ Meta ต้องจ่ายแน่นอนอยู่ที่ประมาณ 12,700 ล้านดอลลาร์ ส่วนอีกประมาณ 5,000 ล้านดอลลาร์ขึ้นอยู่กับว่า Snapchat, TikTok และ YouTube จะนำมาตรการคุ้มครองเด็กในลักษณะเดียวกันมาใช้หรือไม่

อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงนี้ยังไม่ได้เปลี่ยนโมเดลธุรกิจหลักของ Meta อย่างเบ็ดเสร็จ เพราะบริษัทยังสามารถใช้ระบบแนะนำเนื้อหาเฉพาะบุคคลและโฆษณาแบบเจาะกลุ่มได้ ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการรักษาเวลาการใช้งานและสร้างรายได้จากโฆษณา

Meta ไม่ได้ยอมรับว่ากระทำผิด โดยระบุว่าความปลอดภัยของวัยรุ่นเป็นประเด็นสำคัญ ขณะที่นักลงทุนมองว่าการยุติคดีช่วยลดความไม่แน่นอนทางกฎหมาย ส่งผลให้ราคาหุ้น Meta ปรับขึ้นระหว่างการซื้อขายสูงสุดร้อยละ 4.1 ก่อนปิดตลาดเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.1

นอกจากนี้ Meta ยังตกลงจ่ายอีก 459 ล้านดอลลาร์ เพื่อยุติข้อเรียกร้องด้านความเป็นส่วนตัวที่เกี่ยวข้องกับกรณี Cambridge Analytica ซึ่งเคยเก็บข้อมูลผู้ใช้ Facebook หลายล้านคนโดยไม่ได้รับอนุญาต

ข้อตกลงครั้งนี้อาจกลายเป็นต้นแบบในการจัดการคดีอีกหลายพันคดีที่บริษัทโซเชียลมีเดียกำลังเผชิญ และเพิ่มแรงกดดันให้ TikTok, YouTube และ Snapchat ต้องยกระดับมาตรการคุ้มครองเด็กตามไปด้วย ท่ามกลางกระแสทั่วโลกที่กำลังเข้มงวดกับการใช้งานโซเชียลมีเดียของเยาวชนมากขึ้น 

เรื่องน่าติดตาม