รอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลสูงอายุชิงแชมป์ประเทศไทย ครั้งที่ 1 ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่สนามใจฟ้า อะคาเดมี่ จังหวัดลพบุรี ที่สนาม 1 เป็นการพบกันระหว่างทีมสูงอายุจากพิษณุโลกในชุดสีน้ำเงินที่รอบ 8 ทีมสุดท้ายชนะ สุราษฏร์ธานี มา 4 : 1 พบกับสมุทรปราการที่ชนะอุบลราชธานีมา 3 : 0 เกมครึ่งแรกทั้งสองทีมเล่นเกมเน้นรัดกุม แต่พิษณุโลกมีจังหวะบุกจากการจ่ายบอลทะลุช่อง และตัวทำเกมริมเส้นที่รวดเร็ว บุกมาถึงหน้าประตูสมุทรปราการได้มากกว่า แต่จังหวะจบสุดท้ายไม่คมพอ ทำให้จบครึ่งแรกเสมอกัน 0 : 0 กลับมาในครึ่งหลัง นาทีที่ 57 พิษณุโลกอาศัยจังหวะสวน ขณะสมุทรปราการกำลังเปิดเกมบุกสวนกลับเร็วจากหน้าประตูตัวเอง โดยหมายเลข 2 ทวัฒชัย ชูเชิด ตัดบอลได้ลากผ่านผู้เล่นสมุทรปราการสามคนไปถึงเส้นประตูฝั่งซ้ายก่อนยิงสวนผู้รักษาประตูสมุทรปราการ บุญสุข หวังเจริญ ที่โชว์ซุปเปอร์เซฟปัดบอลไปทางขวา ก็พอดีจังหวะไปเข้าทางผู้เล่นหมายเลข 15 ร.ต.ต.คมสัน นุชรุ่งเรือง ที่เติมขึ้นมาพอดีเข้าทางยิงเสยตาข่ายเข้าไปเป็นประตูขึ้นนำของพิษณุโลก 1 : 0 หลังเสียประตูสมุทรปราการบุกหนักอยู่นานจนมาถึงนาทีที่ 76 ก็ตีเสมอได้สำเร็จจากจังหวะยิงสุดสวยระยะ 30 หลาของศูนย์หน้าหมายเลข 2 นพรัตน์ เผือกพงษ์เสมอกัน 1 : 1 จนครบ 80 นาทีกรรมการเป่านกหวีดหมดเวลาเสมอกัน 1 : 1 ต้องตัดสินหาทีมเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศด้วยการดวลจุดโทษ ซึ่ง พิษณุโลกแม่นกว่าเอาชนะไปด้วยสกอร์รวม 3 : 2 ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศกับจันทบุรีที่ต้องดวลจุดโทษหลังเสมอกับปทุมธานีในเวลา 0 : 0 และจันทบุรีชนะไป 3 : 2 สำหรับการแข่งขันคู่ชิงชนะเลิศฟุตบอลสูงอายุชิงแชมป์ประเทศไทย ครั้งที่ 1 ชิงถ้วยพระราชทานพระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ สนามใจฟ้าอะคาเดมี่ จังหวัดลพบุรี โดยเริ่มคู่ชิงอันดับ 3 ปทุมธานี พบ สมุทรปราการ เวลา 14.00 น. จากนั้เป็นฟุตบอลคู่ วีไอพี.สามคู่ก่อนเป็นคู่ชิงชนะเลิศระหว่าง พิษณุโลก กับ จันทบุรี เวลา 19.00 น. เมนูนำทาง เรื่อง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พิเศษ ดร. อลงกต วรกี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี อำนวยการโดย และปฏิบัติราชการแทน นาย ขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี ตามเสด็จพระราชดำเนินทางพระบาทส่วนพระองค์ ถนนริมแม่น้ำสะแกกรัง เยี่ยมสวนคำข้าว เกษตรวัดญาณฯ ปลูกละมุดยักษ์ 100 ต้น บนพื้นที่ 17 ไร่ หวังอนุรักษ์ให้คนรุ่นใหม่ได้ลิ้มลองรสชาติผลไม้พื้นบ้านโบราณ