เมษานี้ระอุ! “ดัชนีความร้อนแตะ 60°C” ดีอีย้ำเรื่องจริง แต่ไม่ใช่อุณหภูมิจริง เตือนคนไทยรับมือด่วน

ต้นเดือนเมษายน 2569 ที่กำลังจะมาถึง ไม่ได้มีเพียงบรรยากาศคึกคักของเทศกาลสงกรานต์เท่านั้น แต่ยังพา “คลื่นความร้อน” ระลอกใหญ่ที่อาจทำให้หลายพื้นที่ของไทยร้อนระอุเกินคาด

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ออกมายืนยันชัดเจนว่า กระแสข่าว “ดัชนีความร้อนพุ่งสูงถึง 60 องศาเซลเซียส” นั้น เป็นเรื่องจริง แต่ขอให้ประชาชนเข้าใจให้ถูกต้องว่า ตัวเลขดังกล่าว ไม่ใช่อุณหภูมิอากาศที่วัดได้จริง

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ โฆษกกระทรวงดีอี ระบุว่า ตัวเลข 60°C ที่ถูกพูดถึง คือ “ดัชนีความร้อน” (Heat Index) ซึ่งเป็นค่าที่สะท้อน อุณหภูมิที่ร่างกายมนุษย์รู้สึกได้จริง โดยคำนวณจากทั้งอุณหภูมิอากาศและความชื้นสัมพัทธ์

ยิ่งความชื้นในอากาศสูง ร่างกายจะยิ่งระบายความร้อนได้ยาก ทำให้ความรู้สึกร้อนเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนบางช่วงเวลาอาจให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ใน “เตาอบ” โดยเฉพาะช่วงบ่ายระหว่างเวลา 13.00–16.00 น.

สถานการณ์เช่นนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ รวมถึงผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง ซึ่งมีความเสี่ยงต่อภาวะลมแดดและการขาดน้ำสูงกว่าคนทั่วไป

🌡️ เข้าใจให้ชัด “60°C” คืออะไร

ดัชนีความร้อน (Heat Index) คือค่าที่บอกว่า “ร่างกายรู้สึกร้อนแค่ไหน” ไม่ใช่อุณหภูมิจริงที่วัดจากเครื่องวัดอากาศ แต่เป็นค่าที่รวมผลของ อุณหภูมิ + ความชื้น
ยิ่งอากาศชื้น เหงื่อยิ่งระเหยยาก → ร่างกายยิ่งสะสมความร้อน → รู้สึกร้อนหนักกว่าปกติหลายเท่า

 

🛡️ 7 วิธีเอาตัวรอดจาก “ความร้อนระดับอันตราย”

ท่ามกลางสภาพอากาศที่อาจแตะระดับเสี่ยง การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีจึงสำคัญอย่างยิ่ง

  1. หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งช่วง 13.00–16.00 น.
  2. ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อย 6–8 แก้วต่อวัน (ไม่ต้องรอให้กระหายน้ำ)
  3. งดแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มน้ำตาลสูง
  4. สวมเสื้อผ้าระบายอากาศ พร้อมหมวกหรือร่มกันแดด
  5. ผู้ที่รับประทานยา ควรเฝ้าระวังอาการผิดปกติของร่างกาย
  6. หากต้องทำงานกลางแจ้ง ควรทำเป็นกลุ่มเพื่อช่วยสังเกตอาการกัน
  7. ผู้สูงอายุควรพักผ่อนให้เพียงพอ และอยู่ในที่อากาศถ่ายเท

 

สถานการณ์ “ร้อนจัด” ในปีนี้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของสภาพอากาศ แต่เป็นเรื่องของ “ความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน” ที่ทุกคนต้องใส่ใจมากขึ้น

ขณะเดียวกัน หน่วยงานภาครัฐยังเน้นย้ำให้ประชาชน รู้เท่าทันข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ เลือกเชื่อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนแชร์ เพื่อไม่ให้ข่าวคลาดเคลื่อนสร้างความสับสนในวงกว้าง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *