อุทาหรณ์สำหรับคนที่จ้างคนแปลกหน้าเข้าบ้าน หลังอินฟลูเอนเซอร์สาววัย 17 ปี เพิ่งย้ายเข้าคอนโดใหม่และโพสต์หาคนทำความสะอาดผ่านกลุ่มเฟซบุ๊ก ก่อนพบว่าแม่บ้านที่ว่าจ้างไม่ได้มาคนเดียว แต่พาสามีและลูกสาวมาด้วย รวม 3 คน และต่อมาพบว่า iPad มูลค่ากว่า 5 หมื่นบาทหายไป

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2569 ผู้เสียหายได้ติดต่อแม่บ้านหญิงชื่อ “เอมี่” ผ่านเฟซบุ๊ก พร้อมส่งภาพห้องพักในคอนโดฯ ย่านรัชดา-ห้วยขวาง และนัดหมายให้เข้ามาทำความสะอาดในช่วงเวลา 11.00 น.

เมื่อแม่บ้านมาถึง ปรากฏว่าพาสามีและลูกสาวมาด้วย ทั้งที่ไม่ได้แจ้งไว้ล่วงหน้า อย่างไรก็ตาม ผู้เสียหายยอมให้เข้ามาทำความสะอาด โดยระหว่างนั้นแม่บ้านให้เธอขึ้นไปรอบริเวณชั้น 2 ก่อนจะทำความสะอาดเสร็จและขอรับค่าจ้างเป็นเงินสด โดยอ้างว่าจะนำเงินไปจ่ายค่าเช่าห้อง และมีท่าทีลุกลี้ลุกลน ก่อนที่ผู้เสียหายจะออกไปทำธุระข้างนอก

ต่อมาเวลาประมาณ 16.00 น. ผู้เสียหายกลับมาที่ห้อง พบว่าจานแตกและมีรอยไหม้ จึงทักไปสอบถามแม่บ้าน โดยได้รับคำตอบว่าได้นำจานไปอุ่นไก่ย่างในไมโครเวฟ โดยไม่ทราบว่าจานดังกล่าวไม่สามารถเข้าไมโครเวฟได้

กระทั่งเวลา 22.45 น. ผู้เสียหายทักไปถามแม่บ้านเรื่อง iPad สีชมพูที่หายไป แต่ได้รับการปฏิเสธว่าไม่รู้ไม่เห็น อย่างไรก็ตาม ผู้เสียหายใช้ฟังก์ชัน Find My เพื่อติดตามอุปกรณ์ ก่อนพบพิกัดอยู่ในพื้นที่ จ.นนทบุรี

ผู้เสียหายจึงทักกลับไปสอบถาม พร้อมระบุว่า iPad แจ้งพิกัดอยู่ที่นนทบุรี และแม่บ้านเป็นคนสุดท้ายที่เข้ามาในห้อง ก่อนตัดสินใจเข้าแจ้งความที่ สน.ห้วยขวาง

ตำรวจติดตามไปยังห้องพักแห่งหนึ่งใน จ.นนทบุรี และสามารถจับกุมชายหญิงทั้งคู่ได้ ขณะกำลังเตรียมย้ายของออกจากที่พักเพื่อหลบหนี พร้อมติดตาม iPad กลับคืนมาได้จากร้านรับปลดล็อกเครื่องย่านงามวงศ์วาน

ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม ได้แก่ นายสุรนาถ อายุ 44 ปี และ น.ส.กรรณิการ์ อายุ 33 ปี โดยตำรวจระบุว่าเบื้องต้นทั้งสองให้การรับสารภาพ และอ้างว่าเคยก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวมาแล้ว 4 ครั้ง ในพื้นที่ สน.สุทธิสาร สน.ห้วยขวาง สน.บางซื่อ และพื้นที่งามวงศ์วาน

ระหว่างที่ตำรวจให้ผู้เสียหายพูดคุยกับผู้ต้องหาที่ สน.ห้วยขวาง ทั้งสองยกมือไหว้ขอโทษและขอไม่ให้ผู้เสียหายดำเนินคดี โดยอ้างว่าที่ทำลงไปเพราะต้องการหาเงินไปรักษาลูกที่ป่วยเป็นโรคหัวใจ

อย่างไรก็ตาม ผู้เสียหายยืนยันว่าจะดำเนินคดีตามกฎหมาย

ผู้เสียหายยังเปิดเผยอีกว่า นอกจาก iPad แล้ว ยังสงสัยว่าตะกรุดซึ่งเป็นเครื่องรางเก่าแก่ที่ตกทอดมาจากปู่ย่าถูกนำไปด้วย แต่เนื่องจากไม่มีหลักฐานยืนยันและภายในห้องไม่มีกล้องวงจรปิด จึงยังไม่สามารถดำเนินการในส่วนนี้ได้

เจ้าตัวระบุว่า ปกติจ้างแม่บ้านมาทำความสะอาดอยู่เป็นประจำ แต่ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ และฝากเป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้ที่จำเป็นต้องจ้างคนแปลกหน้าเข้ามาภายในบ้านหรือห้องพัก ควรตรวจสอบข้อมูลและเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้รัดกุม

ด้าน พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 รักษาราชการแทนผู้กำกับการ สน.ห้วยขวาง เปิดเผยว่า เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาทั้งสองรายฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถาน” ส่วนเด็กซึ่งเป็นลูกของผู้ต้องหาทั้งคู่ จะประสานกระทรวง พม.เข้าดูแลชั่วคราว ระหว่างติดต่อญาติมารับไปดูแลต่อ

ทั้งนี้ คดีอยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ผู้ต้องหายังคงถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด…

เรื่องน่าติดตาม